การยกอาคาร (ครั้งที่1)

มีท่านผู้อ่านหลายท่านเขียนมาถามเกี่ยวกับปัญหาบ้านทรุด หลายท่านเป็นกังวลว่าจะแก้ไขไม่ได้.....กลัวบ้านจะพังไม่ทราบจะทำอย่างไรดี บางท่านก็สงสัยว่าบ้านของตัวเองมีปัญหาด้วยหรือไม่ สรุปปัญหาที่ถามมาเป็นหัวข้อหลักๆได้ คือ

  • จะทราบได้อย่างไรว่าบ้านเกิดการทรุดตัว
  • มีวิธีการตรวจสอบอย่างไรให้ทราบแน่ชัด
  • แก้ไขบ้านทรุดได้อย่างไร
  • อยากทราบค่าใช้จ่ายในการแก้ไข

              จะทราบได้อย่างไรว่าบ้านเกิดการทรุดตัว คำว่าทรุดตัวที่ว่านี้หมายถึงการทรุดตัวที่ผิดปกติ เช่น ฐานรากของบ้านทรุดตัวไม่เท่ากัน หรือฐานรากของบ้านทรุดตัวตามกันจนบ้านเอียงไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง สำหรับกรณีฐานรากของบ้านทรุดตัวไม่เท่ากันจะทำให้บ้านแตกร้าว ตำแหน่งที่จะแตกร้าวเป็นอันดับแรกคือผนัง เพราะผนังของบ้านส่วนใหญ่เป็นอิฐก่อฉาบปูนจึงแตกร้าวได้ง่ายที่สุด และส่วนที่จะแตกร้าวตามมาคือ คาน พื้น และเสา รอยร้าวที่เกิดแต่ละตำแหน่งจะมีลักษณะแตกต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันคือเป็นรอยร้าวที่คมลึกมองเห็นเด่นชัดและมีทิศทางที่แน่นอน รอยร้าวจึงเป็นข้อสังเกตที่จะบ่งชี้ว่ามีปัญหาหรือไม่ ลักษณะของรอยร้าวและวิธีตรวจวัดเหล่านี้ท่านสามารถหาอ่านได้ในฉบับเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน หรือขอข้อมูลได้จาก ?คลินิกช่าง? วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ในวันที่มีบริการให้คำปรึกษาแก่ประชาชนทุกๆวันเสาร์ปลายเดือน

              สำหรับกรณีบ้านทรุดเอียงซึ่งมักจะเกิดจากฐานรากตัวใดตัวหนึ่งรับน้ำหนักบรรทุกมากแล้วเกิดการทรุดตัวดึงฐานรากตัวอื่นให้ทรุดตัวตามไปด้วยนั้น สภาพการทรุดตัวเช่นนี้โครงสร้างของบ้านไม่เกิดแรงดึงรั้งกันจึงมักจะไม่แตกร้าวอย่างเช่นกรณีแรก และด้วยเหตุที่ไม่มีรอยร้าวให้พบเห็นเจ้าของบ้านจึงคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร กว่าจะทราบบ้านก็ทรุดเอียงไปมากแล้ว การแก้ไขปัญหาบ้านเอียงยุ่งยากกว่าแก้ไขบ้านที่มีปัญหาฐานรากทรุดตัวไม่เท่ากัน เพราะต้องผ่านขั้นตอนการเสริมเสาเข็มแล้วยกบ้านให้ตั้งตรงใหม่ เสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการทำงานมากกว่า 

              ข้อสังเกตสำหรับบ้านทรุดเอียงที่สามารถตรวจสอบและแก้ไขได้แต่เนิ่นๆ คือ ทดลองวางวัสดุทรงกลมที่พื้นแล้วดูว่าวัสดุนั้นกลิ้งไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอยู่เสมอหรือไม่ หากกลิ้งไปในทิศทางหนึ่งทิศทางใดและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งพื้นชั้นล่างและชั้นบนแสดงว่าบ้านมีปัญหาทรุดเอียง ........ ลองเปิดประตูอ้าค้างไว้หากประตูหมุนอ้าออกหรือปิดเองในทิศทางเดิมเสมอ และเกิดขึ้นทั้งชั้นล่างและชั้นบนก็เป็นข้อสังเกตได้ว่าบ้านทรุดเอียง.......หรือสังเกตจากระดับน้ำในตู้ปลา(ถ้ามี)ว่าอยู่สูงจากฐานตู้เท่ากันหรือไม่ หากไม่เท่ากันควรเริ่มตรวจสอบว่าเกิดจากอะไร จะเป็นเพราะบ้านทรุดได้หรือไม่

              มีวิธีการตรวจสอบอย่างไร นอกจากข้อสังเกตที่กล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีวิธีการตรวจสอบโดยใช้กล้องสำรวจที่มีความละเอียด การสำรวจวิธีนี้จะใช้ไม้บรรทัดที่มีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตรติดกับเสาของบ้าน แล้วใช้กล้องสำรวจตรวจวัดค่า การตรวจวัดค่าจะกระทำอย่างน้อย 3 ครั้ง สำรวจครั้งแรกเป็นการบันทึกค่าเริ่มต้น สำรวจครั้งที่ 2 และ 3 จะบันทึกค่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แล้วนำมาคำนวณหาว่ามีฐานรากใดที่ทรุดตัวผิดปกติและทรุดตัวมากน้อยเท่าใด การสำรวจวิธีนี้จะทำให้ทราบว่าฐานรากตำแหน่งใดที่ควรทำการแก้ไข โดยทั่วไปมักจะใช้วิธีนี้เมื่อพบว่าบ้านเกิดรอยแตกร้าวในลักษณะที่น่าจะเป็นเพราะฐานรากทรุดตัวผิดปกติ ซึ่งจะทำให้ทราบผลที่แน่นอนและตัดสินใจได้ว่าควรแก้ไขหรือยัง

              แก้ไขบ้านทรุดได้อย่างไร ฉบับที่แล้วได้พูดถึงวิธีแก้ไขบ้านทรุดไปแล้ว สรุปโดยย่ออีกครั้งว่าการแก้ไขบ้านทรุดนั้นต้องทำเสาเข็มเสริมฐานรากที่ทรุดตัวเท่านั้น อย่าคาดหวังว่าฐานรากทรุดไปถึงระดับหนึ่งจะหยุดทรุดตัวได้เอง ความเสียหายจะเกิดขึ้นมากจนทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ เสาเข็มที่ใช้เสริมควรเป็นเสาเข็มที่ไม่มีแรงสั่นสะเทือนเกิดขึ้นมากขณะติดตั้ง ใช้รับน้ำหนักได้ทันทีและสามารถทำได้ในพื้นที่คับแคบ......บางท่านถามว่าใช้เสาเข็มเจาะได้หรือไม่......ใช้ได้ครับ....สำหรับบ้านที่ทรุดตัวไม่มากนัก หากทรุดตัวรวดเร็วไม่ควรใช้เพราะขณะทำเสาเข็มเจาะจะมีแรงสั่นสะเทือนอาจเป็นตัวเร่งทำให้บ้านทรุดตัวมากจนถึงขั้นวิกฤติได้

              ค่าใช้จ่ายในการแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขฐานรากที่ทรุดตัวขึ้นอยู่กับจำนวนเสาเข็มที่เสริม ถ้าเสริมด้วยเสาเข็มเหล็กที่ติดตั้งโดยใช้แม่แรงไฮดรอลิก เป็นเหล็กกลมกลวงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 ซม. ความลึกประมาณ 18 ? 20 ม. ซึ่งเหมาะสำหรับบ้าน 2 ? 3 ชั้น ราคาต่อต้นจะอยู่ราวๆ 35,000 ? 40,000 บาทต่อต้น หากเป็นเสาเข็มเหล็กหน้าตัดรูปตัว H ราคาจะสูงขึ้นอีกประมาณต้นละ 1,500 ? 2,500 บาท ส่วนจะเสริมจำนวนกี่ต้นต่อฐานควรปรึกษาวิศวกรก่อนจะเป็นการดีครับ

              ฉบับนี้คงตอบได้ครบตามที่หลายท่านถามมา หากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างและฐานรากประการใดก็เขียนถามเพิ่มเติมมาได้ จะทยอยตอบในฉบับต่อๆไป สำหรับฉบับหน้าคงได้พูดถึงการยกบ้านกันต่อครับ....สวัสดีครับ

              ท้ายนี้ขอประชาสัมพันธ์เรื่อง คลินิกช่าง กันหน่อยครับ...... ?คลินิกช่างพบประชาชน?เดือนนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2548 เวลา 13.00 - 17.00 น. อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ. ซอยรามคำแหง 39 โทร. 02-3192708 -10 ต่อ 302 กรุณาโทร.แจ้งชื่อและระบุปัญหาของท่านล่วงหน้าเพื่อจัดเตรียมวิศวกรอาสาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไว้บริการ ......รับให้คำปรึกษา 20 ท่านเท่านั้น....ครับ

ภาพแสดงการใช้แม่แรงไฮดรอลิกกดเสาเข็มลงดินทีละท่อน เสาเข็มแต่ละท่อนยาว 1.00 -1.50 ม. ต่อกันด้วยการเชื่อมไฟฟ้า

การแก้ไขอาคารทรุด (ตอนที่ 1)

          ลักษณะของรอยร้าวรูปแบบต่างๆที่ได้กล่าวมา คงพอทำให้ท่านผู้อ่านสามารถสำรวจและหาสาเหตุรอยแตกร้าวในบ้านของท่านเองได้ และเมื่อทราบสาเหตุที่แน่นอนแล้วทำการแก้ไขที่ต้นเหตุอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการก็จะทำให้อาคารมีความมั่นคงแข็งแรงและปัญหารอยร้าวก็จะหมดไป สำหรับปัญหารอยร้าวที่เกิดจากโครงสร้างรับน้ำหนักบรรทุกเกินกำลัง ได้แนะนำให้เสริมโครงสร้างด้วยเหล็กรูปพรรณหรือคาร์บอนไฟเบอร์ไปแล้ว ฉบับนี้จะกล่าวถึงแนวทางแก้ไขเมื่อพบว่าฐานรากของอาคารทรุดตัวผิดปกติว่าควรทำอย่างไรบ้างตามความเป็นจริงแล้วอาคารทุกหลังย่อมต้องมีการทรุดตัว ไม่ว่าอาคารจะวางบนเสาเข็มสั้นหรือยาวเพียงใดก็ตาม ที่เป็นเช่นนั้นเพราะน้ำหนักที่กดลงเสาเข็มจะส่งผ่านลงสู่ดินโดยรอบ                

          เนื่องจากดินมีคุณสมบัติที่เปลี่ยนแปลงเสียรูปได้ง่ายเมื่อมีน้ำหนักมากระทำดังนั้นเมื่อดินรับน้ำหนักที่ส่งถ่ายมาจากเสาเข็มย่อมเกิดการยุบตัวหรือขยับตัวในระดับหนึ่ง การทรุดตัวของบ้านจึงเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ และมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการเพิ่มน้ำหนักบรรทุกลงดิน เช่น ขณะกำลังก่อสร้างบ้าน หรือเมื่อสร้างบ้านแล้วเสร็จใหม่ๆ แต่การทรุดตัวที่เกิดขึ้นนั้นต้องมีปริมาณไม่มากและต้องมีค่าลดน้อยลงจนท้ายที่สุดต้องหยุดการทรุดตัวเมื่อแบกรับน้ำหนักบรรทุกคงที่เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วบ้านที่มีปัญหาทรุดตัวผิดปกติคือ ทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง ทรุดตัวเป็นปริมาณมากๆ ทรุดตัวไม่เท่ากัน หรือทรุดเอียงการทรุดตัวผิดปกติเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ(หาอ่านได้ในฉบับเดือนมีนาคม - เมษายน) ซึ่งล้วนแล้วแต่มีสาเหตุมาจากความผิดพลาดหรือบกพร่องในส่วนของฐานรากทั้งสิ้น และการทรุดตัวที่ผิดปกตินี้จะฟ้องให้เห็นในระหว่างทำการก่อสร้างหรือก่อสร้างแล้วเสร็จใหม่ๆ โดยไม่ต้องรอให้ใช้งานแล้วจึงทรุดตัวให้เห็น เพราะหากฐานรากมีปัญหาบกพร่องเพียงแค่น้ำหนักของอาคารเองก็ไม่สามารถแบกรับไหว ดวยเหตุผลนี้จึงเป็นข้อพิจารณาอย่างหนึ่งสำหรับท่านที่จะเลือกซื้อบ้าน       

          หากบ้านหลังใดมีปัญหาฐานรากก็จะมีรอยแตกร้าวเกิดขึ้นที่ตำแหน่งเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก ดังนั้นควรสำรวจบ้านที่จะซื้อว่ามีรอยร้าวหรือมีแผลเป็นจากการซ่อมแซมที่มีลักษณะคล้ายรอยที่เกิดจากฐานรากทรุดตัวหรือไม่ และทางที่ดีควรทิ้งระยะเวลาอย่างน้อย 2 -3 เดือนเพื่อตรวจซ้ำดูว่ายังเกิดรอยร้าวเช่นเดิมอีกไหมรอยร้าวที่เกิดจากฐานรากทรุดตัวไม่เท่ากันมักจะเกิดที่ผนังเป็นอันดับแรก และผนังชั้นล่างจะแตกร้าวก่อนผนังชั้นบน รอยร้าวอาจเกิดที่กลางผนังเป็นรอยแตกเฉียง หรือเกิดที่ผนังใกล้ขอบเสา หากเป็นรอยแตกที่กลางผนังให้ลากเส้นตั้งฉากคร่อมรอยร้าวปลายเส้นด้านล่างจะชี้ตำแหน่งฐานรากที่ทรุดตัว หากแตกที่ผนังขอบเสาให้สังเกตว่าปลายของรอยร้าวโค้งไปทางด้านใด เสาหรือฐานรากที่รอยร้าวโค้งไปหานั้นเป็นตำแหน่งที่เกิดการทรุดตัวนอกเหนือจากรอยแตกที่ผนังแล้วยังมีรอยแตกที่คาน พื้น และเสาที่มีให้สำรวจได้อีก(ฉบับเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน) แต่แนะนำว่าควรแก้ไขทันทีเมื่อพบผนังแตกร้าวในลักษณะดังกล่าวไม่ควรรอจนโครงสร้างส่วนอื่นแตกร้าวก่อนแล้วค่อยแก้เพราะเป็นอันตรายต่อการใช้งานและการแก้ไขจะยุ่งยากมากขึ้น

เมื่อพบรอยร้าวที่บ่งชี้ว่าฐานรากของอาคารทรุดตัวผิดปกติ ควรดำเนินการต่อไปนี้

ทำเครื่องหมายเพื่อเป็นข้อสังเกตความเปลี่ยนแปลง เช่น ขีดเส้นตั้งฉากพาดผ่านรอยร้าว วัดความยาวของเส้นไว้ประมาณ 3 ? 5 ซม. และขีดเส้นคั่นปลายรอยร้าวพร้อมลงวันเวลาที่ขีดเส้นไว้ หากรอยแตกเพิ่มขึ้นจะสังเกตได้จากความยาวของเส้นมีการเปลี่ยนแปลงหรือปลายของรอยร้าวแตกเลยเส้นที่ขีดคั่นไว้ทำการตรวจวัดความเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆจะทำให้ทราบเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากน้อยเท่าใดหากเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น ในหนึ่งสัปดาห์รอยแตกกว้างและยาวกว่าเดิมมากจัดว่าเป็นอันตรายควรแก้ไขทันที

ติดต่อช่างหรือวิศวกรให้ทำการสำรวจสภาพการทรุดตัว  วิศวกรหรือช่างจะทำการสำรวจโดยใช้กล้องระดับที่มีความละเอียดสามารถอ่านค่าทรุดตัวได้เป็นจุดทศนิยมของมิลลิเมตร ปกติจะสำรวจสภาพการทรุดตัวสำหรับอาคารหลังหนึ่งๆไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ระยะห่างแต่ละครั้งประมาณ 15 ? 30 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สำรวจ ผลสำรวจจะทำให้ทราบว่าฐานรากตำแหน่งใดบ้างที่ทรุดตัวผิดปกติ และมีอัตราการทรุดตัวมากน้อยเท่าใด

ปรึกษาวิศวกรเพื่อทำการแก้ไข ฐานรากที่ทรุดตัวผิดปกติต้องทำการแก้ไขด้วยการเสริมเสาเข็มใหม่ อย่าเชื่อว่าเมื่อปล่อยให้ทรุดต่อไปแล้วจะหยุดทรุดตัวได้เอง เพราะความบกพร่องของเสาเข็มหรือฐานรากยังคงอยู่และยังทำให้เกิดความเสียหายอย่างต่อเนื่อง เมื่อนำปัญหาไปปรึกษาวิศวกรจะได้รับคำแนะนำให้เสริมเสาเข็มพร้อมทั้งแนวทางการค้ำยันและหลักการป้องกันอื่นๆที่ควรเตรียมการ

          ฉบับหน้าจะแสดงวิธีการเสริมฐานรากด้วยเสาเข็มชนิดที่ติดตั้งลงดินโดยใช้แม่แรงไฮดรอลิก ซึ่งเหมาะสำหรับการแก้ไขอาคารทรุดเพราะเป็นเสาเข็มที่ไม่เกิดการสั่นสะเทือนและสามารถแบกรับน้ำหนักของอาคารได้ทันทีเมื่อติดตั้งแล้วเสร็จ...ไว้พบกันฉบับหน้าครับ

 

          สำหรับรายการ ?คลินิกช่างพบประชาชน? ประจำเดือนนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2548 เวลา 13.00 - 17.00 น. อาคารวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ. ซอยรามคำแหง 39 โทร. 02-3192708 -10 ต่อ 302 กรุณาโทร.แจ้งชื่อและระบุปัญหาของท่านล่วงหน้าเพื่อจัดเตรียมวิศวกรอาสาที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านไว้บริการ ......รับให้คำปรึกษา 20 ท่านเท่านั้น....ครับ

พื้นถนนด้านนอกของอาคารทรุดจมลงเช่นนี้ เป็นผลจากฐานรากของอาคารทรุดตัวแล้วดึงให้ถนนทรุดตามไปด้วย

การสำรวจสภาพการทรุดตัวของอาคารโดยใช้กล้องระดับที่อ่านค่าได้ละเอียดเป็นจุดทศนิยมของมิลลิเมตร

ธเนศ วีระศิริ 

อ.พิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 

e-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

วิศวธรรม โดย พระพยอม กัลยาโน เจ้าอาวาส วัดสวนแก้ว

บันทึกเทปวันที่ 1 มิถุนายน 2551 เวลา 15.45 น. ณ วัดสวนแก้ว

อาตมา อยากให้ข้อคิดนี้ไว้สำหรับคนที่เป็นวิศวกร

          วิศวกรเป็นผู้ที่เขาเรียกว่าเป็นมือผู้สร้าง สร้างสรรค์ความสมบูรณ์ ความอยู่ดีมีสุข จากคนที่ไม่มีที่พักพิงอิงอาศัย ไม่มีที่หลับที่นอน ก็ได้วิศวกรออกแบบมาให้ สร้างมาให้ ทำให้เกิดการก่อสร้างต่างๆ สร้างงานให้คน คนที่มีงานให้ทำก็ได้อาศัยวิศวกรเป็นผู้สร้างฐานงาน ตั้งแต่ออกแบบ ออกแปลนงาน คำนวณงานต่าง ๆ ช่างนี้มีเยอะ คนทำงาน กรรมกรมีเยอะ แต่ถ้าไม่ได้อาศัยวิศวกรก็อาจจะดำเนินงานไม่ได้ ซึ่งอาจจะมีคนตกงานเพราะขาดวิศวกที่จะควบคุมแปลนแบบ ดังนั้นเราเป็นตัวขับเคลื่อนให้คนมีงาน มีอาชีพ นี้ก็ถือว่าเป็นบุญ ส่วนบุญที่พลักดันภายนอกนั้นไม่สำคัญเท่ากับบุญภายใน คือวิศวกรที่มีนิสัยรับผิดชอบไม่ทำให้เกิดตึกพัง ตึกโค่นเพราะความชุ่ย ความเป็นคนเจ้าสำราญ ไม่อยู่หน้างาน ไปอยู่ในเทค คลับ ผับบาร์ กินเหล้าเมายา แถมบ้ากาม บ้าผู้หญิง จนเราเคยได้ยินว่าอาจารย์วิศวะ ไปแลกเกรดกับ เด็กนักเรียน นักศึกษา ขนาดอาจารย์วิศวกรทำอย่างนี้ แล้วนักศึกษาที่เรียนจบมาจะรักษาบุญภายในของเราได้มั้ย คือเราจะสร้างแต่สิ่งที่ดีงามกับจิตใจ อย่าให้จิตใจไปคิดสร้างบาปกับลูกใคร ผัวใคร เมียใคร มันจะกลายเป็นเรื่องบาปภายในใจ แล้วชีวิตที่เราสร้างอะไรมามากมายก็จะไม่ภูมิใจ อาตมา เชื่อว่าอาจารย์วิศวะคนนั้น คงหมดความภูมิใจในชีวิตไปนานหลายปี ที่ทำพลาดไปกับลูกศิษย์ ไปแลกเกรด แลกอะไรกัน ดังนั้นวิศวกรอย่าไปคิดเรื่องแลกกับรายได้อะไรมากมาย แล้วไปลดส่วนที่เป็นความแข็งแรงของอาคาร ถ้าหากว่ามีนายทุนมาจ้างให้ลด ต้องนึกถึงคำนึงความปลอดภัย ความมั่นคง ความถาวร อันนี้เป็นบุญภายใน เพราะว่าภายในดีแล้วจะสร้างอะไรภายนอกก็จะดีตามไปด้วย

 

          ก็ขอให้คนที่อ่านบทความนี้ลองเอาไปย้อนคิดดูว่า สร้างภายนอกนั้น สร้างไม่ยาก แต่จะสร้างภายในมันสร้างยาก สร้างให้เป็นวิศวกรน่านับถือ สร้างให้เป็นวิศวกรดี วิศวกรตัวอย่างต้นแบบที่ดีงามของกลุ่มที่ทำงานด้านนี้ก็ขอให้ก้าวหน้าในการงานด้านนี้ และผาสุขในการดำรงชีวิตตลอดไป ........เจริญพร