ข้อคิดก่อนต่อเติมบ้าน

การต่อเติมบ้านเป็นสิ่งที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านในโครงการจัดสรรทั่วไป เพราะผู้ประกอบการจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างให้มากที่สุด ดังนั้น พื้นที่บ้านจึงมักไม่เป็นที่พอใจของผู้ซื้อ โดยเฉพาะคนไทยที่ต้องทำอาหารไทย ซึ่งมักจะต้องทำการต่อเติมครัวเพิ่มเติมเสมอ ซึ่งมักก่อให้เกิดปัญหาตามมาเป็นอย่างมาก ดังนั้น ก่อนการต่อเติมบ้าน อยากให้ท่านเจ้าของบ้านพิจารณาถึงเรื่องดังกล่าวต่อไปนี้

1. รูปแบบทางด้านสถาปัตยกรรม

1.1 พื้นที่ส่วนต่อเติม ควรมีรูปแบบสอดคล้องกับตัวบ้านเดิม ทั้งด้านวัสดุและหน้าตาของอาคาร โดยสามารถให้ผู้ออกแบบจัดทำรูป 3 มิติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าหลังจากต่อเติมแล้วรูปแบบบ้านจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เจ้าของบ้านพอใจหรือไม่ เพราะถ้าเจ้าของบ้านดูแบบไม่เป็น เมื่อต่อเติมแล้วอาจต้องทนอยู่ในบ้านที่ต่อเติมจนน่าเกลียดไปอีกตลอดชีวิต

1.2 ต้องคำนึงถึงการระบายอากาศภายในบ้านหลังต่อเติม ส่วนมากการต่อเติมมักจะไปปิดช่องทางระบายอากาศของตัวบ้าน โดยเฉพาะอาคารประเภททาวน์เฮ้าส์และตึกแถว เมื่อต่อเติมหลังบ้านแล้ว ลมไม่สามารถพัดจากหน้าบ้านไปออกหลังบ้านได้ ทำให้อากาศภายในบ้านร้อนมาก จนไม่สามารถอยู่ได้ หากไม่มีระบบปรับอากาศ ดังนั้น การต่อเติมต้องพยายามหาช่องให้ลมสามารถถ่ายเทได้ ซึ่งต้องปรึกษาผู้ออกแบบ

1.3 แสงสว่างจากธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่มักจะไปปิดช่องแสงที่จะเข้าสู่ตัวบ้าน ทำให้ทางเดินส่วนกลางและช่องบันไดมืดตลอดเวลา ทำให้ต้องเปิดไฟทั้งวัน ดังนั้น การต่อเติมต้องพิจารณาถึงการเปิดช่องแสงไว้ด้วย

ปัญหาอุปสรรคและข้อแนะนำสำหรับการต่อเติม

2. ปัญหาเรื่องกฎหมายและผลกระทบกับบ้านข้างเคียง

โดยทั่วไปการต่อเติมบ้าน สำหรับอาคารพาณิชย์, ทาวน์เฮ้าส์ หรือแม้แต่บ้านเดี่ยว ที่มีพื้นที่ไม่มากนัก ผิดกฎหมายแทบทุกหลัง เนื่องจากตามกฎหมายได้กำหนดพื้นที่ว่างไว้สำหรับอาคารแต่ละชนิด ซึ่งการก่อสร้างก็มักจะก่อสร้างเต็มพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ดังนั้น ท่านเจ้าของบ้านต้องระมัดระวังเรื่องดังกล่าวไว้บ้าง ซึ่งปกติเจ้าหน้าที่ก็รู้ถึงความจำเป็นดังกล่าวจึงมักจะไม่เข้ามาวุ่นวาย ยกเว้นกรณีที่มีผู้ร้องเรียน ดังนั้นก่อน ที่ท่านจะต่อเติมก็ควรจะบอกกล่าวบ้านข้างเคียงให้ทราบว่าท่านจะต่อเติม และจะต่อแบบใด เพื่อไม่ให้ กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของบ้านข้างเคียง เช่น อย่าต่อเติมจนชิดกับข้างบ้าน หรือต่อเติมแล้วเปิดหน้าต่าง หรือช่องระบายลมไปชิดข้างบ้านจนเสียง, แสง หรือกลิ่นในครัวไปรบกวนข้างบ้าน การระบายน้ำฝนจากส่วนต่อเติมก็ต้องมีรางน้ำ อย่าให้น้ำตกไปฝั่งข้างบ้าน โดยเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างว่า ถ้าข้างบ้านทำกับเราอย่างนี้ เราจะรับได้หรือไม่

3. แบบสำหรับการต่อเติม

ก่อนหาผู้รับเหมา หากท่านเจ้าของบ้านไม่มีความรู้ทางด้านวิศวกรรมเลย ควรศึกษาหาข้อมูลไว้บ้าง หรือทางที่ดีหาวิศวกรเป็นที่ปรึกษาซักคน หลังจากนั้นก็หาผู้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมและงานโครงสร้างให้เรียบร้อย จัดทำแบบและรายละเอียดของงานให้ครบถ้วน เพื่อให้เป็นแนวทางให้ผู้รับเหมาคิดราคา และก่อสร้างไปตามแบบที่ท่านต้องการ

4. การหาผู้รับเหมา

การเลือกผู้รับเหมา ไม่ใช่ดูแค่ราคาที่เสนอเท่านั้น เพราะหลายครั้งผู้รับเหมาจะใช้วิธีเสนอราคาที่ต่ำเพื่อให้ได้งาน แล้วพยายามลดคุณภาพงาน, คิดราคาเพิ่มหรือร้ายสุดคือทิ้งงาน ดังนั้น แนวทางในการหาผู้รับเหมา คือหาที่พบเห็นผลงาน คือถามจากคนรู้จักแนะนำ แล้วตามไปดูผลงาน สอบถามจากเจ้าของบ้านว่าผู้รับเหมารายนี้เป็นอย่างไรบ้าง การพูดคุยต่อรองราคา รวมถึงการแบ่งงวดงาน จำเป็นต้องอาศัยวิศวกรมาช่วยคุยเพื่อไม่ให้โดนหลอก

ข้อแนะนำสำหรับท่านที่คิดจะต่อเติมบ้าน ทั้งที่ยื่นและไม่ยื่นขออนุญาตมีดังนี้

  1. เอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างว่าข้างบ้านจะเดือดร้อนจากการต่อเติมของเราบ้างหรือไม่ ทั้งขณะต่อเติม จะเกิดเสียง ฝุ่น รบกวนตลอดเวลา รวมถึงหลังจากต่อเติมแล้ว จะไปบังแดด บังลม หรือทำให้น้ำฝนไหลไปท่วมข้างบ้านหรือไม่
  2. ถึงแม้ว่าจะขออนุญาตถูกต้อง การก่อสร้างต่อเติมหากไปทำความเดือดร้อนกับบ้านข้างเคียง ก็อาจถูกร้องเรียน หรือฟ้องร้องให้หยุดการก่อสร้างได้
  3. ควรผูกสัมพันธ์กับข้างบ้านไว้ให้ดี เพื่อลดความขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้การก่อสร้างสามารถดำเนินการให้เสร็จตามที่ต้องการ
  4. ก่อนทำการต่อเติม ควรแจ้งเพื่อนบ้านข้างเคียงให้รับทราบว่าเราจะต่อเติมอย่างไร จะเสร็จเมื่อไหร่ เพื่อลดความขัดแย้ง
  5. งานการต่อเติมบ้าน จำเป็นต้องอาศัยช่างที่มีความชำนาญ ดังนั้น การคัดเลือกผู้รับเหมาต้องดูให้ดี อย่าใช้ราคาที่เสนอเป็นตัวตัดสิน เพราะอาจมีปัญหาที่แก้กันไม่จบได้ในภายหลัง

แนวทางด้านโครงสร้าง

หลักการในการต่อเติมจะต้องแยกโครงสร้างส่วนต่อเติมใหม่ให้เป็นโครงสร้างต่างหาก ที่สามารถอยู่ได้โดยตัวเอง การแยกโครงสร้างจะต้องให้แยกขาดจริง ๆ โดยต้องเว้นให้เกิดช่องว่างระหว่างอาคาร ถ้ามีพื้นที่พอ แต่ถ้าไม่มีก็ให้กั้นด้วยโฟม เพื่อไม่ให้มีการเชื่อมต่อของโครงสร้างเดิมกับโครงสร้างใหม่ ซึ่งรวมถึงห้ามเชื่อมต่อวัสดุปูผิว และผนังก็ควรเว้นช่องไว้ แล้วอุดด้วยวัสดุยาแนวประเภทโพลียูรีเทน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึม ส่วนหลังคาก็ให้ทำปีกนอกยึดติดกับตัวอาคารเดิม ยื่นมาคลุมอาคารที่ต่อเติม เพื่อป้องกันน้ำรั่วบริเวณรอยต่อ

แนวทางการติดตั้งงานระบบ

งานติดตั้งท่อประปาส่วนต่อเติมต้องเผื่อสำหรับกรณีส่วนต่อเติมมีปัญหาทรุดตัว โดยหากพอมีพื้นที่ควรเดินซ่อนในพื้นที่พอจะซ่อมได้ เช่น ภายในผนัง หรือด้านนอกของผนัง ส่วนบ่อบำบัดที่อยู่ใต้พื้นส่วนต่อเติมต้องเตรียมทำช่องสำหรับการตรวจสอบหรือดูดสิ่งปฏิกูลได้ภายหลังหากเกิดปัญหา

ข้อกำจัดในการต่อเติม

  1. พื้นที่ทำงานคับแคบ ทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องจักรหนักได้
  2. การขนส่งวัสดุในการก่อสร้างทำได้ยาก
  3. มีสิ่งกีดขวางใต้ดินค่อนข้างมาก เช่นบ่อบำบัด ท่อระบายน้ำ ท่อปะปา
  4. ผู้รับเหมาต้องเป็นผู้มีทักษะและชำนาญในการแก้ปัญหา หน้างาน
  5. งานต่อเติมเป็นงานค่อนข้างเล็ก ซับซ้อน และราคาค่า ก่อสร้างเฉลี่ยต่อตารางเมตรค่อนข้างแพง
  6. มักจะทำความเดือดร้อนให้กับบ้านข้างเคียง

ข้อแนะนำสำหรับการเลือกใช้วัสดุสำหรับการต่อเติม

ส่วนต่อเติมของบ้าน ซึ่งมักพบปัญหา ทรุดตัว แตกร้าวค่อนข้างมาก เนื่องจากการก่อสร้างแบบเชื่อมชนกับตัวบ้าน ปกติผู้รับเหมาโดยทั่วไปและท่านเจ้าของบ้านทั้งหลาย มักจะเคยชินกับการก่อสร้างแบบวิธีการเดิมคือ ต่อเติมด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังเป็นอิฐก่อ หลังคาเป็นกระเบื้องคอนกรีต ซึ่งเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ดังนั้นคลีนิคช่างจึงมีข้อแนะนำทางเลือกในการใช้วัสดุ ที่มีน้ำหนักเบาซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาการทรุดตัวของอาคารได้ และไม่จำเป็นต้องง้อช่างปูนซึ่งนับวันจะหาช่างที่มีชำนาญ ฉาบปูนแล้วไม่แตกร้าว

  1. ส่วนฐานรากและพื้น ปรับเปลี่ยนมาเป็นฐานรากแบบ เสาเข็มปลูกพรม และพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กแบบไร้คานวางบนเสาเข็ม วิธีการนี้จะช่วยให้การทำงานส่วนโครงสร้างทำได้ค่อนข้างเร็ว เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาขุดดินเทฐานรากและคาน และไม่ต้องมากังวลกับปัญหาการหนีศูนย์ของเสาเข็มหรือฐานราก
  2. โครงสร้างเสาและโครงหลังคา ควรเป็นโครงสร้างเหล็ก เพราะสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีน้ำหนักเบา แต่ต้องระวังในเรื่องการป้องกันสนิมของเหล็ก ซึ่งสามารถทำได้โดยในส่วนเสาที่ต้องสัมผัสกับน้ำ ให้เทหุ้มด้วยปูน หรือยกฐานเสาให้ลอยขึ้นสูงจากพื้น
  3. วัสดุมุงหลังคา มีทางเลือกที่เป็นวัสดุน้ำหนักเบา ค่อนข้างมาก ในปัจจุบัน เช่น กระเบื้องลอนคู่,Metal sheet ,UPVC ซึ่งมีน้ำหนักเบาสามารถติดตั้งได้ง่าย หากกังวลในเรื่องความร้อนที่ถ่ายลงมา หรือ กลังเรื่องเสียงรบกวนเมื่อเกิดฝนตก แก้ไขได้โดยการบุด้วยฉนวนใยแก้ว
  4. ผนัง นอกจากผนังอิฐมอญก่อ หรือ มวลเบาแล้ว ทางเลือกที่แนะนำ คือ ผนังเบา ชนิดโครงเหล็ก กรุด้วยวัสดุประเภทซีเมนต์บอร์ด หรือไม้ทียม เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและจะไม่มีปัญหาผนังแตกร้าวเหมือนกับผนังอิฐฉาบปูน สามารถทาสี หรือบุกระเบื้องได้ และหากต้องการแขวนตู้ หรือ ชั้น ก็สามารถทำได้โดยการเสริมโครงเหล็กรับน้ำหนักด้านในได้

 

ที่มาของบทความและรูปภาพ : คุณ สมจิตร์ เปี่ยมเปรมสุข